วันจันทร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่ 10

สิ่งที่ได้เรียนรู้ในครั้งนี้
            การเขียนโครงการ  คือ การทำกิจกรรมที่เป็นขั้นตอน ต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ กำหนดระยะเวลาที่แน่นอนและงบประมาณที่จำกัดในการดำเนินงานต้องมีผู้รับชอบต่อโครงการ ซึ่งเป็นผู้บริหารงาน กิจกรรมต่างๆให้เป็นไปตามแผนงานเหมาะสมกับเวลาและงบประมาณ
           ลักษณะของโครงการ
                -  ต้องมีระบบ
                -  ต้องมีวัตถุประสงค์ชัดเจน
                -  ต้องเป็นการดำเนินงานในอนาคต
                -  เป็นการดำเนินงานชั่วคราว
                -  มีกำหนดระยะเวลาที่แน่นอน
                -  มีลักษณะเป็นงานที่เร่งด่วน
                -  ต้องมีต้นทุนการผลิตต่ำ
                -  เป็นการริเริ่มหรือพัฒนางาน
            องค์ประกอบของโครงการ
ชื่อโครงการ  :  มีความชัดเจนเหมาะสม
หน่วยงานที่รับผิดชอบ  : ระบุหน่วยงานต้นสังกัด
หลักการและเหตุผล      : แสดงถึงปัญหา ความจำเป็นหรือความต้องการ
วัตถุประสงค์  : ชัดเจนไม่คลุมเคลือ
เป้าหมาย       : แสดงให้้เห็นผลงานหรือผลลัพธ์ที่ระบุคุณภาพ
ระยะเวลาในการดำเนินโครงการ : บอกวัน เวลา สถานที่
            ส่วนประกอบของรายงานทั้งเล่ม 
ส่วนนำ  -  ปกนอก  : ส่วนบน/ส่วนกลาง/ส่วนล่าง
             -  ใบรองปก : กระดาษเปล่า
             -  ปกใน  : กระดาษสีขาว
             -  คำนำ
             -  สารบัญ
ส่วนเนื้อหา   - บทนำเรื่อง
                    -  ส่วนเนื้อหา
                    -  บทสรุป
ส่วนท้าย      -  บรรณานุกรม
                    -  ภาคผนวก
                    -  อภิธานศัพท์
                    -  ดรรชนี
              หลักในการเขียนรายงานวิชาการ
 1. ใช้คำและข้อความที่สุภาพ ใช้ภาษาที่เป็นทางการ
 2. ใช้คำเต็ม ไม่ใช่คำย่อ
 3. ใช้ภาษาระดับเดียวกัน
ความรู้ใหม่

             การที่เขียนโครงการร่วมกับหน่วยงานอื่น ต้องเอาชื่อหน่วยงานนั้นขึ้นก่อน และได้รู้คำทับศัพท์ของ E-mail  คือ  ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์
ข้อเสนอแนะ
             มีการอธิบายเนื้อหาและยกตัวอย่างประกอบ ทำให้เข้าใจเนื้อหาที่เรียนได้ดีค่ะ





นางสาวรัตน์มิกา  จูมสูงเนิน  รหัส 55113400175  ตอนเรียน D1

วันจันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่ 9

สิ่งที่ได้เรียนรู้ในครั้งนี้
          งานสารบัญ  ประกอบด้วย
                        1. การจัดทำ
                        2. การรับ
                        3. การส่ง
                        4. การเก็บรักษา
                        5. การยืม
                        6. การทำลาย
          ชั้นความเร็วและชั้นความลับ
   ชั้นความเร็ว  - ด่วน        :  รับวันนี้ต้องส่งวันพรุ่งนี้ก่อนหมดเวลาราชการ
                        - ด่วนมาก :  รับมาเช้าวันนี้ต้องส่งหนังสือออกไปวันพรุ่งนี้ก่อน 08:30 น.
                        - ด่วนที่สุด:  ต้องส่งออกภายในวันที่ได้รับหนังสือมาก่อนเวลาราชการ
   ชั้นความลับ  - ลับ          :  เอกสารต้องเป็นความลับในขณะที่กำลังทำอยู่ หลังจากนั้นรู้ทุกคน
                        - ลับมาก   :  เป็นความลับมากเป็นข่าวสารที่รั่วไหลแล้วจะทำให้เกิดความเสียหาย
                        - ลับที่สุด  :  ข่าวสารที่ั่รั่วไหลแล้วทำให้เกิดความเสียหายหรือเป็นภัยต่อความมั่นคง
                                             ความปลอดภัยของประเทศชาติอย่างร้ายแรงที่สุด
          การจัดการสำเนา
   สำเนาคู่ฉบับ   คือ  จัดทำพร้อมต้นฉบับเก็บไว้กับเจ้าของเรื่อง ผู้ร่าง ผู้พิมพ์ ผู้ตรวจ ลงชื่อไว้ที่
                                 ด้านล่างขวาของหนังสือ
   สำเนา             คือ  มีคำรับรองว่า " สำเนาถูกต้อง" เจ้าหน้าที่ระดับสองขึ้นไปรับรองเสาเนาถูกต้อง
                                 เก็บไว้ที่สารบรรณกลาง

          ชนิดของหนังสือราชการ
                         1. หนังสือภายนอก
                         2. หนังสือภายใน
                         3. หนังสือประทับตรา
                         4. หนังสือสั่งการ
                         5. หนังสือประชาสัมพันธ์
                         6. หนังสือที่เจ้าหน้าที่ทำขึ้นหรือรับไว้เพื่อเป็นหลักฐานทางราชการ
หนังสือภายนอก
เป็นพธีการ                                   เป็นพิธีการน้อย
- นอกส่วนราชการ                         - ในกระทรวงและจังหวัดเดียวกัน
- ใช้กระดาษตราครุฑ                    -  ใช้กระดาษบันทึกข้อความ
(หนังสือครุฑหรือหนังสือกลาง)
หนังสือประทับตรา

- ใช้กระดาษตราครุฑ
- ใช้ในกรณีที่ไม่สำคัญ เช่น ส่งเอกสารเพิ่มเติม
- ประทับตราแทนการลงชื่อหัวหน้าส่วนราชการ
- คำขึ้นต้น มีเฉพาะ ที่ และ ถึง
- ไม่มีคำลงท้าย
หนังสือสั่งการ
- คำลั่ง
- ระเบียบ
- ข้อบังคับ
หนังสือประชาสัมพันธ์
- ประกาศ
- แถลงการณ์
- ข่าว
หนังสือที่เจ้าหน้าที่ทำขึ้นหรือรับไว้เพื่อเป็นหลักฐานทางราชการ
- รายงานการประชุม
- บันทึก
- หนังสืออื่นๆ
            ปัญหาในการเขียนหนังสือราชการ
                        1. ความคิด
                        2. ความยืดยาว
                        3. รู้เรื่องราวคนเดียว
                        4. ขาดการประเมิน

การเขียนรายงานการประชุม
      
รายงานการประชุม....ชื่อหน่วยงานที่จัดการประชุม)…
ครั้งที่…………………..
เมื่อวันที่………………….
ผู้มาประชุม ……………(ผู้มีสิทธิ์ในการประชุม)……………
ผู้ไม่มาประชุม………………………………………
ผู้เข้าร่วมประชุม………………………………………       
เริ่มประชุมเวลา………………………………
             ประธานกล่าวเปิดการประชุม....................................
ระเบียบ วาระที่ 1 เรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ
                        - เหตุผลความจำเป็น/วัตถุประสงค์
                        - เรื่องที่ไปประชุมมา
                        - เรื่องที่สั่งการมา
ระเบียบ วาระที่ 2 เรื่องการรับรองรายงานการประชุม
ระเบียบ วาระที่ 3 เรื่องเสนอให้ที่ประชุมทราบ
                        - รายงานผลการปฏิบัติงาน
                        - เรื่องที่สำคัญที่องค์กรหรือบุคลากรต้องปฏิบัติ
                        - เรื่องที่สนใจ ควรรู้ ควรทราบ
ระเบียบ วาระที่ 4 เรื่องเสนอให้ที่ประชุมพิจารณา
                        - ประเด็นปัญหาและผลกระทบ
                        - ข้อเท็จจริง
                        - ความคิดเห็น
                        - ข้อเสนอ
                        - มติที่ประชุม
ระเบียบ วาระที่ 5 เรื่องอื่น (ถ้ามี)
                        - เป็นเรื่องด่วนและสำคัญ
                        - ต้องเกิดขึ้นหลังจากที่ออกหนังสือเชิญประชุมไปแล้ว
                        - เรื่องแจ้งทราบ พิจารณา นัดหมายเป็นเรื่องด่วนและสำคัญ
             ประธานกล่าวปิดการประชุม
             เลิกประชุมเวลา ……………........................................
ผู้จัดรายงานการประชุม
ความรู้ใหม่

           ความแตกต่างของคำว่า  อนุญาต  กับ  อนุมัติ 
           อนุญาติ คือ ยินยอม นำไปใช้ักับเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับงบประมาณของหน่วยงาน
           อนุมัติ    คือ ให้อำนาจกระทำตามระเบียบที่กำหนด ใช้กับเรื่องที่เป็นความรับผิดชอบของ
                               องค์กร เกี่ยวข้องกับงบประมาณของหน่วยงาน
ข้อเสนอแนะ
           การทีอาจารย์ยกตัวอย่างและดึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวันมาอธิบาย ทำให้เกิดความเข้าใจในเนื้อมากยิ่งขึ้น







นางสาวรัตน์มิกา  จูมสูงเนิน  รหัส 55113400175  ตอนเรียน D1














วันอังคารที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2557

บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที 8

สิ่งที่ได้เรียนรู้ในครั้งนี้                                          
                                                                  การเขียนจดหมาย
การเขียนเชิงกิจธุระ
1. การเขียนแบบฟอร์ม 
    - แบบฟอร์มที่ใช้ติดต่อกับหน่วยงานทั้งของรัฐบาลและเอกชน เป็นแบบฟอร์มที่หน่วยงานจัดทำขึ้น เช่น แบบฟอร์มการสมัครงาน แบบฟอร์มกรอกประวัติผู้ป่วยใหม่ เป็นต้น
    - แบบฟอร์มที่ผู้อื่นขอความร่วมมือให้กรอก ใช้เพื่อต้องการทราบข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง
    - แบบฟอร์มที่ใช้ภายในองค์การ เช่น แบบฟอร์มใบลา แบบฟอร์มขอกู้เงินสวัสดิการ เป็นต้น
    - แบบฟอร์มสัญญา คือ เอกสารที่มีผลผูกพันทางกฎหมายระหว่างบุคคล 2 ฝ่าย เช่น สัญญาจะซื้อขายสินค้า สัญญากู้เงิน เป็นต้น
จดหมายกิจธุระ
      เป็นจดหมายระหวางบุคคลกับบุคคล ที่ติดต่อสื่อสารกัน ที่ติดต่อสื่อสารกันด้วยกิจธุระ เช่น การติดต่อสอบถาม การบอกขาย การทวงถาม  เป็นต้น หากเป็นจดหมายกิจธุระที่ติดต่อสื่อสารระหว่างบริษัทหรือองค์การต่างๆ เรียกว่า จดหมายธุระกิจ ใช้ภาษาที่เป็นกึ่งทางการ
จดหมายเปิดผนึก
      เป็นจดหมายประเภทกิจธุระเขียนเผยแพร่ต่อสาธารณะชน สื่อมวลชน ซึ่งส่วนมากได้แก่หนังสือพิมพ์หรือวิทยุกระจายเสียง มีลักษณะเปิดเผยและเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม เช่น การเสนอแนะ แสดงความรู้สึก แถลงความจริง บอกกล่าว ขอความร่วมมือ เป็นต้น
จดหมายราชการ
      เป็นจดหมายที่ติดต่อสื่อสารระหว่างส่วนราชการหนึ่งกับอีกส่วนราชการหนึ่ง   หรือติดต่อกันในระหว่างกระทรวง ทบวง กรม รวมทั้งติดต่อสื่อสารกับหน่วยงานเอกชนต่างๆ ด้วย จดหมายที่ติดต่อกับหน่วยงานนอกกระทรวง เรียกว่า หนังสือภายนอก จดหมายที่ติดต่อภายในหน่อยงาน เรียกว่า หนังสือภายใน  จดหมายราชการถือเป็นเอกสารหลักฐานในการทำงานของรัฐ จึงต้องมีเลขที่ออกหนังสือและมีทะเบียนรับสั่งหนังสือ ภาษาที่ใช้ต้องเป็นภาษาราชการ

การเขียนจดหมายธุระกิจ
     ประเภทของจดหมายธุรกิจ
1. จดหมายเปิดบัตรเครดิตหรือขอเปิดบัญชีเงินเชื่อ
2. จดหมายเสนอขายสินค้าหรือบริการ
3. จดหมายสั่งซื้อสินค้าและตอบรับการสั่งซื้อ
4. จดหมายต่อว่าและปรับความเข้าใจ
5. จดหมายเตือนหนี้และทวงนี้
การเขียนจดหมายธุรกิจ                 จดหมายธุรกิจแบบราชการ ใช้รูปแบบเหมือนหนัวสือราชการภายนอกแต่ดัดแปลงรายละเอียดเล็กน้อยให้เหมาะสมแก่การปฏิบัติ
                 การเขียนหัวข้อต่างๆ ในจดหมายธุรกิจ
- หัวจดหมาย : ชื่อและที่อยู่ของบริษัท ห้างร้าน มักนิยมพิมพ์เป็นหัวข้อกระดาษจดหมายสำเร็จรูป
- วัน เดือน ปี : มักระบุเพียงเลขวันที่ ชื่อเดือน ปีพ.ศ.
- เรื่อง : เขียนสั้นๆ กระทัดรัดได้ใจความ
- คำขึ้นต้น : มักใช้คำว่า "เรียน"
- ข้อความ : มักเขียน 2-3 ย่อหน้า ย่อหน้าแรกจะกล่าวเหตุที่มีจดหมาย ย่อหน้าต่อมาจะแจ้งความประสงค์
- คำลงท้าย : มักใช้คำว่า "ขอแสดงความนับถือ"
- ลายเซ็นต์หรือลายมือชื่อของผู้ลงนามในจดหมาย
- ชื่อเต็มของผู้ลงนามในจดหมายโดยระบุอยู่ในวงเล็บ

ความรู้ใหม่
- หน่วยงานที่กำหนดว่าด้วยงานสารบัญ คือ สำนักนายกรัฐมนตรี หรือ สร.
- ความแตกต่างระหว่างจดหมายกิจธุระและจดหมายธุระกิจ คือ จดหมายธุระกิจจะมีเรื่องของเงิน สินค้า กำไรและขาดทุน เข้ามาเกี่ยวข้อง

ข้อเสนอแนะ
          การที่อาจารย์นำตัวอย่างแบบฟอร์มต่างๆมายกตัวอย่างประกอบ ทำให้เข้าใจเนื้อหามากขึ้นและยังสามารถนำไปใช้เขียนหรือทำแบบฟอร์มได้ถูกต้อง



นางสาวรัตน์มิกา จูมสูงเนิน รหัส 55113400175  ตอนเรียน D1







วันจันทร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2557

บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่ 7

สิ่งที่ได้จากการเรียนในวันนี้ 


              ได้รู้ความหมายของ  การเขียนกวีนิพนธ์ เป็นคำประพันธ์ประเภทบทร้อยรอง ที่สร้างสรรค์ความงามด้วยตัวอักษร จังหวะ หรือท่วงทำนอง มีถ้อยคำที่สื่อสารอันอาจเป็นสัญลักษณ์หรือสร้างภาพพจน์ให้ผู้อ่านเกิดจินตนาการ และถ้าอยากให้บทกวีนิพนธ์มีความไพเราะมากขึ้น ก็ควรจะมีสิ่งต่ไปนี้
              - คำสัมผัสคล้องจอง  คล้องจองด้วยเสียงสระหรือเสียงพยัญชนะ
              - ในสัมผัสนอก สัมผัส สัมผัสนอกคือ สัมผัสนอกวรรคและนอกบท หรือระหว่างวรรคและ
                                                 ระหว่างบท เป็นสัมผัวบังคับด้วยสระ สัมผัสในคือสัมผัสในวรรคเดียว
                                                 กันซึ่งมีทั้งสัมผัสสระและสัมผัสอักษร
              - คำเสียงสูง (จัตวา) เหมาะเป็นคำสุดท้ายของวรรครับของกลอนสุภาพ
              - คำไวพจน์  คือ คำที่มีความหมายอย่างเดียวกันหรือคำที่พ้องความหมายนั่นเอง
              - คำเอก คำโท  คำเอก(คำบังคับในโคลงสี่สุภาพ)  คำโท ในโคลงสี่สุภาพ คือคำที่มีรูปวรรณยุกต์โท  คำเอกโท  คือ คำที่ใช้เขียนติดกันต้องมีความหมายเหมือนกัน    เช่น  แต่งแต้ม ต่อต้าน

 ความรู้ใหม่

            รู้ความแตกต่างของวรรณคดีกับวรรณกรรม ซึ่ง วรรณคดี คือ ต้องใช้เวลานาน และคนทุกยุคทุกสมัยให้การยอมรับ ส่วน วรรณกรรม ก็คืองานเขียนทุกประเภท * ส่วนหนังสือเรียนนั้นไม่จัดว่าเป็นวรรณกรรม

ข้อเสนอแนะ

              ถ้าอาจารย์เข้าเร็วกว่านี้ คงจะได้ทำความเข้าใจกับเนื้อหาและตัวอย่างแบบไม่ต้องรีบ







นางสาวรัตน์มิกา  จูมสูงเนิน รหัส 55113400175  ตอนเรียน D1




วันจันทร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2557

บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่ 6

สิ่งที่ได้จากการเรียนวันนี้

             ความหมายของโวหาร

                           กลวิธีในการใช้ภาษาด้วยการเลือกสรรถ้อยคำมาเรียบเรียงในการเขียนเรื่องราวต่างๆ
              หรือพูดให้มีความหมายสละสลวย เหมาะสม ชัดเจน เพื่อให้บรรลุตามจุดประสงค์ 
                           แบ่งออกเป็น  5 ประเภท ดังนี้
                           1. บรรยายโวหาร คือ กระบวนความที่แจกแจงเรื่องราวอย่างละเอียด แจ่มแจ้ง
                           2. พรรณนาโวหาร คือ เป็นการบรรยายเรื่องราว โดยแทรกอารมณ์โน้มน้าวให้เห็นภาพ
                               ให้ผู้อ่านเกิดความรู้สึกคล้อยตาม
                           3. เทศนาโวหาร คือ การเขียนแบบแนะนำสั่งสอนโน้มน้าวให้ผู้อ่านเห็นและปฏิบัติตาม
                           4. อุปมาโวหาร คือ การเขียนเปรียบเทียบให้เกิดความชัดเจน
                           5. สาธกโวหาร คือ การเขียนยกตัวอย่างหรือเรื่องราวประกอบเนื้อเรื่องเพื่อให้เข้าใจขึ้น
 
             ความหมายของภาพพจน์

                          คือ การใช้ถ้อยคำให้เกิดเป็นภาพ ใช้ถ้อยคำที่เรียบเรียงเป็นสำนวนที่ไม่กล่าวตรงไป
              ตรงมาแต่เกิดเป็นภาพและถ่ายทอดอารมณ์ได้อย่างกว้างขวาง
                          แบ่งเป็นประเภทต่างๆได้ดังนี้
                          1. อุปมา คือ การเปรียบเทียบว่าสิ่งหนึ่งเหมือนกับสิ่งหนึ่ง เปรียบ - เหมือน
                          2. อุปลักษณ์ คือ เปรียบ - เป็น
                          3. อธิพจน์ คือ การกล่าวเกินจริง
                          4. อวพจน์ คือ กล่าวน้อยกว่าความเป็นจริง
                          5. สัญลักษณ์ คือ การเรียกชื่อสิ่งต่างๆโดยใช้คำอื่นมาแทน
                          6. นามนัย คือ การใช้ถ้อยคำที่บ่งบอกสํญลักษณ์หรือคุณสมบัติแทนสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
                          7. บุคลาธิษฐานหรือบุคคลวัต คือ กล่าวถึงสิ่งต่างๆที่ไม่มีชีวิต
                          8. ปฏิพจน์หรือปฏิภาคพจน์ คือ การใช้คำที่มีความหมายขัดแย้งกัน

ความรู้ใหม่ที่ได้รับ


             ได้รู้ถึงความแตกต่างระหว่าง ภาพพจน์ กับ ภาพลักษณ์  สองคำนี้เรามักนำมาใช้กันแบบผิดๆ ซึ่ง ภาพพจน์ หมายถึง ถ้อยคำที่ก่ให้เกิดภาพ ส่วน ภาพลักษณ์ หมายถึง คำหรือลักษณะที่แทนตัวเราหรือสิ่งของ

ข้อเสนอแนะ

             การเรียนการสอนในวันนี้ เนื้อหาเรื่องที่ได้เรียนมีความกระชับ อ่านแล้วสามารถรู้เรื่องได้เลย และอาจารย์ได้มีการยกตัวอย่างประกอบ ทำให้เกิดความเข้าใจในแต่ละหัวข้อนั้นๆมากขึ้น







นางสาวรัตน์มิกา  จูมสูงเนิน รหัส 55113400175 ตอนเรียน D1

               

วันจันทร์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2556

บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่ 5

สิ่งที่ได้รับจากการเรียนรู้

            ได้รู้วิธีการเขียนชีวประวัติ ซึ่งเป็นการกล่าวถึงเรื่องราวของบุคคลในช่วงชีวิตของบุคคลหนึ่งๆ การเขียนเรียงความการนำข้อความต่างๆมาแต่งเรียบเรียงให้เป็นเรื่องราว อาจใช้วิธีการเขียนหรือการพูดก็ได้ โดยต้องมีส่วนประกอบสำคัญ 3 ส่วน คือ ส่วนนำ ส่วนเนื้อเรื่อง และส่วนสรุปการเขียนคำขวัญ คือ ถ้อยคำที่แต่งขึ้นจากการกลั่นกรองความคิด ภาษาที่ใช้เพื่อเตือนใจ สั่งสอน ปลูกฝังแนวนิยมและเป็นสิริมงคล จะสั้นหรือยาวก็ได้ เป็นร้อยแก้วหรือร้อยกรองก็ได้ และการกล่าวปิด-เปิดงาน ซึ่งเป็นการกล่าวในงานพิธีสำคัญ ๆ มากมาย


ความรู้ใหม่ที่ได้รับ

             ได้รู้จักวิธีการเขียนการกล่าวเปิด-ปิดงานในพิธีการต่างๆ ซึ่งถือได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก และได้รู้ว่าการกล่าวขึ้นต้นว่า กราบเรียนต้องใช้กับบุคคลแค่ 5 ระดับ ดังนี้
             1. นายกรัฐมนตรี
             2. ประธาน ส.ว.
             3. ประธาน ส.ส
             4. ประธานศาลฎีกา
             5. ศาลรัฐธรรมนูญ
            
ข้อเสนอแนะ
             การนำเสนองานของเพื่อนๆมีเนื้อหาที่รัดกุม เข้าใจง่าย เพื่อนๆในห้องให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมดีมาก







นางสาวรัตน์มิกา  จูมสูงเนิน  รหัส 55113400175 ตอนเรียน D1

            

วันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2556

บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่ 4


          สิ่งที่ได้จากการเรียนรู้
                
                    ได้รู้เทคนิคการนำเสนองานของเพื่อนๆแต่ละกลุ่ม ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ดีเพราะช่วยให้เราเข้าใจเรื่องที่เพื่อนเอามานำเสนอได้ง่าย โดยผ่านทั้งการนำเสนอและกิจกรรมที่ช่วยทำให้เราเข้าใจความหมายของเรื่องนั้นๆเพิ่มมากขึ้น



          ความรู้ใหม่
                  
                   ได้เข้าใจความหมายของการเขียนอัตชีวประวัติมากขึ้นจากการยกตัวอย่างของเพื่อนกลุ่มที่นำเสนอ ได้รู้จักหลักการเขียนบทวิจารณ์ที่ดีและถูกต้อง และยังได้รู้ความหมายของการเขียนเพื่อเล่าเรื่อง ซึ่งก็ช่วยทำให้เราสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี


          
        ข้อเสนอแนะ            
                    ในการนำเสนองานของเพื่อนแต่ละกลุ่มในวันนี้ เป็นสิ่งที่ดีมากเพราะเนื้อหาข้อมูลของเรื่องชัดเจนและเข้าใจง่าย และมีการยกตัวอย่างประกอบ ทั้งการเปิดวีดีโอและการทำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งทำให้บรรยากาศในห้องเรียนไม่น่าเบื่อ






นางสาวรัตน์มิกา  จูมสูงเนิน  รหัสนักศึกษา 55113400175  ตอนเรียน D1