สิ่งที่ได้เรียนรู้ในครั้งนี้
การเขียนจดหมาย
การเขียนเชิงกิจธุระ
1. การเขียนแบบฟอร์ม
- แบบฟอร์มที่ใช้ติดต่อกับหน่วยงานทั้งของรัฐบาลและเอกชน เป็นแบบฟอร์มที่หน่วยงานจัดทำขึ้น เช่น แบบฟอร์มการสมัครงาน แบบฟอร์มกรอกประวัติผู้ป่วยใหม่ เป็นต้น
- แบบฟอร์มที่ผู้อื่นขอความร่วมมือให้กรอก ใช้เพื่อต้องการทราบข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง
- แบบฟอร์มที่ใช้ภายในองค์การ เช่น แบบฟอร์มใบลา แบบฟอร์มขอกู้เงินสวัสดิการ เป็นต้น
- แบบฟอร์มสัญญา คือ เอกสารที่มีผลผูกพันทางกฎหมายระหว่างบุคคล 2 ฝ่าย เช่น สัญญาจะซื้อขายสินค้า สัญญากู้เงิน เป็นต้น
จดหมายกิจธุระ
เป็นจดหมายระหวางบุคคลกับบุคคล ที่ติดต่อสื่อสารกัน ที่ติดต่อสื่อสารกันด้วยกิจธุระ เช่น การติดต่อสอบถาม การบอกขาย การทวงถาม เป็นต้น หากเป็นจดหมายกิจธุระที่ติดต่อสื่อสารระหว่างบริษัทหรือองค์การต่างๆ เรียกว่า จดหมายธุระกิจ ใช้ภาษาที่เป็นกึ่งทางการ
จดหมายเปิดผนึก
เป็นจดหมายประเภทกิจธุระเขียนเผยแพร่ต่อสาธารณะชน สื่อมวลชน ซึ่งส่วนมากได้แก่หนังสือพิมพ์หรือวิทยุกระจายเสียง มีลักษณะเปิดเผยและเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม เช่น การเสนอแนะ แสดงความรู้สึก แถลงความจริง บอกกล่าว ขอความร่วมมือ เป็นต้น
จดหมายราชการ
เป็นจดหมายที่ติดต่อสื่อสารระหว่างส่วนราชการหนึ่งกับอีกส่วนราชการหนึ่ง หรือติดต่อกันในระหว่างกระทรวง ทบวง กรม รวมทั้งติดต่อสื่อสารกับหน่วยงานเอกชนต่างๆ ด้วย จดหมายที่ติดต่อกับหน่วยงานนอกกระทรวง เรียกว่า หนังสือภายนอก จดหมายที่ติดต่อภายในหน่อยงาน เรียกว่า หนังสือภายใน จดหมายราชการถือเป็นเอกสารหลักฐานในการทำงานของรัฐ จึงต้องมีเลขที่ออกหนังสือและมีทะเบียนรับสั่งหนังสือ ภาษาที่ใช้ต้องเป็นภาษาราชการ
การเขียนจดหมายธุระกิจ
ประเภทของจดหมายธุรกิจ
1. จดหมายเปิดบัตรเครดิตหรือขอเปิดบัญชีเงินเชื่อ
2. จดหมายเสนอขายสินค้าหรือบริการ
3. จดหมายสั่งซื้อสินค้าและตอบรับการสั่งซื้อ
4. จดหมายต่อว่าและปรับความเข้าใจ
5. จดหมายเตือนหนี้และทวงนี้
การเขียนจดหมายธุรกิจ จดหมายธุรกิจแบบราชการ ใช้รูปแบบเหมือนหนัวสือราชการภายนอกแต่ดัดแปลงรายละเอียดเล็กน้อยให้เหมาะสมแก่การปฏิบัติ
การเขียนหัวข้อต่างๆ ในจดหมายธุรกิจ
- หัวจดหมาย : ชื่อและที่อยู่ของบริษัท ห้างร้าน มักนิยมพิมพ์เป็นหัวข้อกระดาษจดหมายสำเร็จรูป
- วัน เดือน ปี : มักระบุเพียงเลขวันที่ ชื่อเดือน ปีพ.ศ.
- เรื่อง : เขียนสั้นๆ กระทัดรัดได้ใจความ
- คำขึ้นต้น : มักใช้คำว่า "เรียน"
- ข้อความ : มักเขียน 2-3 ย่อหน้า ย่อหน้าแรกจะกล่าวเหตุที่มีจดหมาย ย่อหน้าต่อมาจะแจ้งความประสงค์
- คำลงท้าย : มักใช้คำว่า "ขอแสดงความนับถือ"
- ลายเซ็นต์หรือลายมือชื่อของผู้ลงนามในจดหมาย
- ชื่อเต็มของผู้ลงนามในจดหมายโดยระบุอยู่ในวงเล็บ
ความรู้ใหม่
- หน่วยงานที่กำหนดว่าด้วยงานสารบัญ คือ สำนักนายกรัฐมนตรี หรือ สร.
- ความแตกต่างระหว่างจดหมายกิจธุระและจดหมายธุระกิจ คือ จดหมายธุระกิจจะมีเรื่องของเงิน สินค้า กำไรและขาดทุน เข้ามาเกี่ยวข้อง
ข้อเสนอแนะ
การที่อาจารย์นำตัวอย่างแบบฟอร์มต่างๆมายกตัวอย่างประกอบ ทำให้เข้าใจเนื้อหามากขึ้นและยังสามารถนำไปใช้เขียนหรือทำแบบฟอร์มได้ถูกต้อง
นางสาวรัตน์มิกา จูมสูงเนิน รหัส 55113400175 ตอนเรียน D1
วันอังคารที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2557
วันจันทร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2557
บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่ 7
สิ่งที่ได้จากการเรียนในวันนี้
ได้รู้ความหมายของ การเขียนกวีนิพนธ์ เป็นคำประพันธ์ประเภทบทร้อยรอง ที่สร้างสรรค์ความงามด้วยตัวอักษร จังหวะ หรือท่วงทำนอง มีถ้อยคำที่สื่อสารอันอาจเป็นสัญลักษณ์หรือสร้างภาพพจน์ให้ผู้อ่านเกิดจินตนาการ และถ้าอยากให้บทกวีนิพนธ์มีความไพเราะมากขึ้น ก็ควรจะมีสิ่งต่ไปนี้
- คำสัมผัสคล้องจอง คล้องจองด้วยเสียงสระหรือเสียงพยัญชนะ
- ในสัมผัสนอก สัมผัส สัมผัสนอกคือ สัมผัสนอกวรรคและนอกบท หรือระหว่างวรรคและ
ระหว่างบท เป็นสัมผัวบังคับด้วยสระ สัมผัสในคือสัมผัสในวรรคเดียว
กันซึ่งมีทั้งสัมผัสสระและสัมผัสอักษร
- คำเสียงสูง (จัตวา) เหมาะเป็นคำสุดท้ายของวรรครับของกลอนสุภาพ
- คำไวพจน์ คือ คำที่มีความหมายอย่างเดียวกันหรือคำที่พ้องความหมายนั่นเอง
- คำเอก คำโท คำเอก(คำบังคับในโคลงสี่สุภาพ) คำโท ในโคลงสี่สุภาพ คือคำที่มีรูปวรรณยุกต์โท คำเอกโท คือ คำที่ใช้เขียนติดกันต้องมีความหมายเหมือนกัน เช่น แต่งแต้ม ต่อต้าน
ความรู้ใหม่
รู้ความแตกต่างของวรรณคดีกับวรรณกรรม ซึ่ง วรรณคดี คือ ต้องใช้เวลานาน และคนทุกยุคทุกสมัยให้การยอมรับ ส่วน วรรณกรรม ก็คืองานเขียนทุกประเภท * ส่วนหนังสือเรียนนั้นไม่จัดว่าเป็นวรรณกรรม
ข้อเสนอแนะ
ถ้าอาจารย์เข้าเร็วกว่านี้ คงจะได้ทำความเข้าใจกับเนื้อหาและตัวอย่างแบบไม่ต้องรีบ
นางสาวรัตน์มิกา จูมสูงเนิน รหัส 55113400175 ตอนเรียน D1
ได้รู้ความหมายของ การเขียนกวีนิพนธ์ เป็นคำประพันธ์ประเภทบทร้อยรอง ที่สร้างสรรค์ความงามด้วยตัวอักษร จังหวะ หรือท่วงทำนอง มีถ้อยคำที่สื่อสารอันอาจเป็นสัญลักษณ์หรือสร้างภาพพจน์ให้ผู้อ่านเกิดจินตนาการ และถ้าอยากให้บทกวีนิพนธ์มีความไพเราะมากขึ้น ก็ควรจะมีสิ่งต่ไปนี้
- คำสัมผัสคล้องจอง คล้องจองด้วยเสียงสระหรือเสียงพยัญชนะ
- ในสัมผัสนอก สัมผัส สัมผัสนอกคือ สัมผัสนอกวรรคและนอกบท หรือระหว่างวรรคและ
ระหว่างบท เป็นสัมผัวบังคับด้วยสระ สัมผัสในคือสัมผัสในวรรคเดียว
กันซึ่งมีทั้งสัมผัสสระและสัมผัสอักษร
- คำเสียงสูง (จัตวา) เหมาะเป็นคำสุดท้ายของวรรครับของกลอนสุภาพ
- คำไวพจน์ คือ คำที่มีความหมายอย่างเดียวกันหรือคำที่พ้องความหมายนั่นเอง
- คำเอก คำโท คำเอก(คำบังคับในโคลงสี่สุภาพ) คำโท ในโคลงสี่สุภาพ คือคำที่มีรูปวรรณยุกต์โท คำเอกโท คือ คำที่ใช้เขียนติดกันต้องมีความหมายเหมือนกัน เช่น แต่งแต้ม ต่อต้าน
ความรู้ใหม่
รู้ความแตกต่างของวรรณคดีกับวรรณกรรม ซึ่ง วรรณคดี คือ ต้องใช้เวลานาน และคนทุกยุคทุกสมัยให้การยอมรับ ส่วน วรรณกรรม ก็คืองานเขียนทุกประเภท * ส่วนหนังสือเรียนนั้นไม่จัดว่าเป็นวรรณกรรม
ข้อเสนอแนะ
ถ้าอาจารย์เข้าเร็วกว่านี้ คงจะได้ทำความเข้าใจกับเนื้อหาและตัวอย่างแบบไม่ต้องรีบ
นางสาวรัตน์มิกา จูมสูงเนิน รหัส 55113400175 ตอนเรียน D1
วันจันทร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2557
บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่ 6
สิ่งที่ได้จากการเรียนวันนี้
ความหมายของโวหาร
กลวิธีในการใช้ภาษาด้วยการเลือกสรรถ้อยคำมาเรียบเรียงในการเขียนเรื่องราวต่างๆ
หรือพูดให้มีความหมายสละสลวย เหมาะสม ชัดเจน เพื่อให้บรรลุตามจุดประสงค์
แบ่งออกเป็น 5 ประเภท ดังนี้
1. บรรยายโวหาร คือ กระบวนความที่แจกแจงเรื่องราวอย่างละเอียด แจ่มแจ้ง
2. พรรณนาโวหาร คือ เป็นการบรรยายเรื่องราว โดยแทรกอารมณ์โน้มน้าวให้เห็นภาพ
ให้ผู้อ่านเกิดความรู้สึกคล้อยตาม
3. เทศนาโวหาร คือ การเขียนแบบแนะนำสั่งสอนโน้มน้าวให้ผู้อ่านเห็นและปฏิบัติตาม
4. อุปมาโวหาร คือ การเขียนเปรียบเทียบให้เกิดความชัดเจน
5. สาธกโวหาร คือ การเขียนยกตัวอย่างหรือเรื่องราวประกอบเนื้อเรื่องเพื่อให้เข้าใจขึ้น
ความหมายของภาพพจน์
คือ การใช้ถ้อยคำให้เกิดเป็นภาพ ใช้ถ้อยคำที่เรียบเรียงเป็นสำนวนที่ไม่กล่าวตรงไป
ตรงมาแต่เกิดเป็นภาพและถ่ายทอดอารมณ์ได้อย่างกว้างขวาง
แบ่งเป็นประเภทต่างๆได้ดังนี้
1. อุปมา คือ การเปรียบเทียบว่าสิ่งหนึ่งเหมือนกับสิ่งหนึ่ง เปรียบ - เหมือน
2. อุปลักษณ์ คือ เปรียบ - เป็น
3. อธิพจน์ คือ การกล่าวเกินจริง
4. อวพจน์ คือ กล่าวน้อยกว่าความเป็นจริง
5. สัญลักษณ์ คือ การเรียกชื่อสิ่งต่างๆโดยใช้คำอื่นมาแทน
6. นามนัย คือ การใช้ถ้อยคำที่บ่งบอกสํญลักษณ์หรือคุณสมบัติแทนสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
7. บุคลาธิษฐานหรือบุคคลวัต คือ กล่าวถึงสิ่งต่างๆที่ไม่มีชีวิต
8. ปฏิพจน์หรือปฏิภาคพจน์ คือ การใช้คำที่มีความหมายขัดแย้งกัน
ความรู้ใหม่ที่ได้รับ
ได้รู้ถึงความแตกต่างระหว่าง ภาพพจน์ กับ ภาพลักษณ์ สองคำนี้เรามักนำมาใช้กันแบบผิดๆ ซึ่ง ภาพพจน์ หมายถึง ถ้อยคำที่ก่ให้เกิดภาพ ส่วน ภาพลักษณ์ หมายถึง คำหรือลักษณะที่แทนตัวเราหรือสิ่งของ
ข้อเสนอแนะ
การเรียนการสอนในวันนี้ เนื้อหาเรื่องที่ได้เรียนมีความกระชับ อ่านแล้วสามารถรู้เรื่องได้เลย และอาจารย์ได้มีการยกตัวอย่างประกอบ ทำให้เกิดความเข้าใจในแต่ละหัวข้อนั้นๆมากขึ้น
นางสาวรัตน์มิกา จูมสูงเนิน รหัส 55113400175 ตอนเรียน D1
ความหมายของโวหาร
กลวิธีในการใช้ภาษาด้วยการเลือกสรรถ้อยคำมาเรียบเรียงในการเขียนเรื่องราวต่างๆ
หรือพูดให้มีความหมายสละสลวย เหมาะสม ชัดเจน เพื่อให้บรรลุตามจุดประสงค์
แบ่งออกเป็น 5 ประเภท ดังนี้
1. บรรยายโวหาร คือ กระบวนความที่แจกแจงเรื่องราวอย่างละเอียด แจ่มแจ้ง
2. พรรณนาโวหาร คือ เป็นการบรรยายเรื่องราว โดยแทรกอารมณ์โน้มน้าวให้เห็นภาพ
ให้ผู้อ่านเกิดความรู้สึกคล้อยตาม
3. เทศนาโวหาร คือ การเขียนแบบแนะนำสั่งสอนโน้มน้าวให้ผู้อ่านเห็นและปฏิบัติตาม
4. อุปมาโวหาร คือ การเขียนเปรียบเทียบให้เกิดความชัดเจน
5. สาธกโวหาร คือ การเขียนยกตัวอย่างหรือเรื่องราวประกอบเนื้อเรื่องเพื่อให้เข้าใจขึ้น
ความหมายของภาพพจน์
คือ การใช้ถ้อยคำให้เกิดเป็นภาพ ใช้ถ้อยคำที่เรียบเรียงเป็นสำนวนที่ไม่กล่าวตรงไป
ตรงมาแต่เกิดเป็นภาพและถ่ายทอดอารมณ์ได้อย่างกว้างขวาง
แบ่งเป็นประเภทต่างๆได้ดังนี้
1. อุปมา คือ การเปรียบเทียบว่าสิ่งหนึ่งเหมือนกับสิ่งหนึ่ง เปรียบ - เหมือน
2. อุปลักษณ์ คือ เปรียบ - เป็น
3. อธิพจน์ คือ การกล่าวเกินจริง
4. อวพจน์ คือ กล่าวน้อยกว่าความเป็นจริง
5. สัญลักษณ์ คือ การเรียกชื่อสิ่งต่างๆโดยใช้คำอื่นมาแทน
6. นามนัย คือ การใช้ถ้อยคำที่บ่งบอกสํญลักษณ์หรือคุณสมบัติแทนสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
7. บุคลาธิษฐานหรือบุคคลวัต คือ กล่าวถึงสิ่งต่างๆที่ไม่มีชีวิต
8. ปฏิพจน์หรือปฏิภาคพจน์ คือ การใช้คำที่มีความหมายขัดแย้งกัน
ความรู้ใหม่ที่ได้รับ
ได้รู้ถึงความแตกต่างระหว่าง ภาพพจน์ กับ ภาพลักษณ์ สองคำนี้เรามักนำมาใช้กันแบบผิดๆ ซึ่ง ภาพพจน์ หมายถึง ถ้อยคำที่ก่ให้เกิดภาพ ส่วน ภาพลักษณ์ หมายถึง คำหรือลักษณะที่แทนตัวเราหรือสิ่งของ
ข้อเสนอแนะ
การเรียนการสอนในวันนี้ เนื้อหาเรื่องที่ได้เรียนมีความกระชับ อ่านแล้วสามารถรู้เรื่องได้เลย และอาจารย์ได้มีการยกตัวอย่างประกอบ ทำให้เกิดความเข้าใจในแต่ละหัวข้อนั้นๆมากขึ้น
นางสาวรัตน์มิกา จูมสูงเนิน รหัส 55113400175 ตอนเรียน D1
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)